หลวงพระบางเมืองแห่งแมกไม้และภูเขา
posted on 18 Oct 2007 16:25 by teckjong
สวัสดีค่ะ
อันที่จริงงานก็ผ่านมาหลายเดือนแล้วแต่ว่าเพิ่งจะมีเวลามาทำ...
เปิดบล็อกนี้ขึ้นเพราะความประทับใจการเดินทางไปกับเต็กจ้งในแต่ละครั้ง..
เลยอยากจะแบ่งปันประสบการณ์การเดินทางของเต็กจ้ง..
ว่าเวลาเดินทางไปในแต่ละครั้งมีอะไรบ้าง..แล้วก็คณะสาธุชนที่ร่วมเดินทางนั้นน่ารัก
แล้วก็สนุกสนานกันขนาดไหน..
"การเดินทางสู่หลวงพระบาง"
กำหนดการเดินทางเริ่มต้นที่นัดร่วมตัวกันเวลา 7.00 น.ของเช้าวันที่ 16 มิ.ย.2550 ค่ะ..
ผู้ร่วมเดินทางไปกับเต็กจ้งในครั้งนี้ร่วมๆ 50 ท่านค่ะ
มีทั้งคณะจีเซี่ยเกาะ อยุธยา จีจินเกาะ กทม.จีแชเกาะ ชุมแพ จีลั้งเกาะ รังสิต จีช้งเกาะ ธนบุรี
จีคุงเกาะ นครศรีธรรมราช..จีเท่งเกาะ อัมพวา ไต่ฮงกงหงี่กังท้วง..
และคณะศิษยานุศิษย์เทวอาจารย์(ที่เดินทางกับเต็กจ้งเสมอนั่นเอง)
รวมทั้งเจ้าหน้าที่ มีทั้ง เฮียใช้ เอี๋ยม อาม่าเกียว เจ๊หมวย แล้วก็ปุ๊ก ค่ะ
เกาะเจี้ยงจีคุงเกาะ และคณะก็มานำเสนอเรื่องประวัติ และการสร้างวัตถุมงคลชื่อดัง จตุคามรามเทพนั่นเอง
ในการจัดสร้างในครั้งนี้เพื่อนำไปเป็นทุนสำหรับก่อสร้างอาคารเทววิหารของจีคุงเกาะค่ะ..
เมื่อเดินทางถึงหนองคายแล้วก็ไปเยือนจีไน้เกาะ เป็นแห่งแรก..
จีไน้เกาะเอง กำลังอยู่ระหว่างดำเนินเรื่องการก่อสร้างเทววิหาร..
แต่ก็ต้อนรับคณะเดินทางที่มาจากทั่วประเทศเป็นอย่างดี ด้วยบรรยากาศริมฝั่งโขง
อาหารขึ้นชื่อของทางหนองคาย แหนมเนือง และหมูยอ สุดอร่อยค่ะ..
ในตอนท้ายก่อนงานเลี้ยงรับรองจะจบลง ประธานจีคุงเกาะ ก็ถอดจตุคามที่ห้อยคออยู่ออกประมูล
และนำเงินจากการประมูลที่ได้มอบให้กับทางจีไน้เกาะ..
เช้าวันต่อมาก็มุ่งหน้าสู่ หลวงพระบาง ประเทศ สปป.ลาวค่ะในตอนนี้คณะที่เดินทางมากับรถทองแท้ทัวร์ถูกแบ่งเป็นรถนำเที่ยวของทางลาว 2 คัน คือ รถเบอร์ 1 กับ เบอร์ 2รถ
เบอร์ 1 มีคณะจีจินเกาะ จีเซี่ยเกาะ จีลั้งเกาะ จีคุงเกาะ
รถเบอร์ 2 มีคณะสาธุชนที่เดินทางไปกับเต็กจ้งบ่อยๆค่ะ มี อาม่ามุ่ยเกียว – อาม่าเกียว, อาม่าฮวง-กับอาเจ้อรพิน, โซ้ยโกว, อาอี๊ซิ่งเอ็ง-อาอี๊เซี่ยมเจ็ง, อาอี๊วิมลกับสามี, คณะไต่ฮงกงหงี่กังท้วง, จีเฮงเกาะ, จีเท้งเกาะอัมพวา แล้วก็เจ้าหน้าที่เต็กจ้ง รวมทั้งเจ๊ตวง แล้วก็จีไน้เกาะค่ะ รถเบอร์ 2 มี พี่น้อยไกด์สาวชาวลาวกับพี่ทองเป็นโชวเฟอร์ค่ะ..
บรรยากาศและโฉมหน้าคณะบัส 2 ค่ะ
ตลอดการเดินทางมุ่งสู่หลวงพระบางมีแมกไม้ภูเขาสวยงามมากค่ะ แต่ว่าธรรมชาติสวยเกินไป (ว่ากันว่าโค้งของที่นี่มีถึง 3,000 กว่าโค้งเชียวค่ะ) ทางเขาทำเอาเราเมาค่ะ เมายาแก้เมารถง่วงนอนตลอดทางเลย --.—“ (เป็นการเดินทางที่ทรหดจริงๆ)
ความสวยของธรรมชาติ (ที่มาพร้อมกับความอึด -.--")
กว่าจะเดินทางกันถึงเมืองพระบางก็ทำเอาคณะทัวร์หนุ่มสาว(วัยเฉียดร้อย) เหนื่อยกันพอสมควร แต่เราชาวเต็กก่า บ่ยั่นค่ะ แม้จะมาถึงกันค่ำแล้วก็รับประทานอาหารแล้วก็พักผ่อนค่ะ โรงแรมสำหรับคณะรถเบอร์ 2 ชื่อ โรงแรมมโนลัก ค่ะ
เช้าวันต่อมาเราก็ออกเดินทางเที่ยวชมเมืองหลวงพระบางค่ะ เริ่มต้นที่วัดเก่าแห่งหนึ่ง เป็นที่แรก แต่ว่าจำไม่ได้ว่าชื่ออะไรแล้วก็เดินทางไปวัดเชียงทอง วัดที่เก่าแก่และมีประวัติยาวนานที่สุดของเมืองหลวงพระบางแห่งนี้ค่ะ เป็นวัดเดียวที่รอดพ้นจากการเผาทำร้ายจากชาวต่างชาติที่เข้ามารุกราน ที่วัดแห่งนี้มีการเสี่ยงทายด้วยการยกพระพุทธรูปด้วยนะค่ะ
คณะบัส 2 รวมตัวกันที่วัดใหม่
วัดเชียงทอง วัดเก่าแก่ที่รอดพ้นจากการทำลาย ยังคงมีกลิ่นอายของล้านช้างเต็มเปี่ยม
วัดเชียงทองอาจเรียกได้ว่าอารามหลวงของหลวงพระบางค่ะ
ต่อจากนั้นก็ไปชมพระราชวังเก่าของ สปป.ลาว ค่ะ ตอนนี้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมแต่ห้ามถ่ายภาพค่ะ (น่าเสียดาย) เดิมที่พระราชวังแห่งนี้เป็นแบบชาวลาว แต่ต่อมาสร้างขึ้นใหม่โดยประเทศฝรั่งเศสค่ะ รูปแบบของอาคารเลยหนักไปทางฝรั่งเศส รวมถึงการตกแต่งภายในด้วยค่ะ แต่ภายในส่วนที่เป็นท้องพระโรงยังคงรูปแบบศิลปะของชาวลาวเอาไว้ สวยงามทีเดียวค่ะ
พระราชวังของ สปป.ลาว ก่อนเปลี่ยนระบบการปกครอง ห้ามถ่ายภาพข้างในค่ะ
ลายเส้นของจิตกรรมฝาผนังต่างๆ คล้ายๆของบ้านเรา แต่รายละเอียดนั้นมีน้อยกว่าค่ะ ของบ้านเรานั้นมีทั้งความวิจิตรตระการตาแทรกซึมอยู่ แต่ของชาวลาวนั้นเน้นความเรียบง่ายแต่ก็ชดช้อยสวยงาม ศิลปวัฒนธรรมของชาวหลวงพระบางเท่าที่สัมผัสมา มีความผสมผสานของฝรั่งเศสอยู่มาก ไม่ว่าจะอาหาร ตึกรามบ้านช่อง แต่อย่างหนึ่งที่ยังคงความเป็นลาวอยู่คือ การแต่งกาย กับภาษา อีกอย่างสาวลาวสวยค่ะ ^o^
ภาพจิตกรรมฝ่าผนังในวัดเชียงทองค่ะ
ประตูไม้แกะสลัก แสดงถึงศิลปะของชาวลาวได้ดีเชียว
ภาพอาคารบ้านเรือนที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมของฝรั่งเศสเอาไว้
ต่อจากพระรังวังแล้วก็ไปพระธาตุพูสีค่ะ บันได 288 ขั้น (ถ้าจำไม่ผิด) ทำเอาลูกหมูน้อยๆ เหนื่อยแทบขาดใจ --*--
ขึ้นไปข้างบนขอบอกว่าวิวสวยมากค่ะ เห็นเมืองหลวงพระบางได้ทั่วเลย (ค่อยหายเหนื่อยนิดนึง)
ตัวพระธาตุเองลักษณะคล้ายๆ เจดีย์ทรงเหลี่ยมสีทองอยู่บนแท่นปูนอีกที
เห็นภาพนี้ลูกหมูก็หายเหนื่อย 555+
เจ๊หมวยถือพร็อพธงเต็กของเฮียฮี้ค่ะ
จากพระธาตุพูสีคณะเต็กก่าก็เดินทางไปรับประทานอาหารเลี้ยงต้อนรับที่โรงเรียนจีนหลวงพระบางค่ะ แต่ว่าฝนตก เลยทำให้การแสดงของน้องๆ ต้องเลื่อนไปนิดหน่อย
ภาพน้องๆ ก่อนฝนโปรยปราย (น่ารักจัง ~^^~)
จากนั้นก็พักผ่อนตามอัธยาศัยค่ะ ช่วงค่ำวันนี้หลังจากแยกย้ายแล้ว คณะรถเบอร์ 2 ก็มีโอกาสไปเยี่ยมชมตลาดกลางคืนของที่นี่ คล้ายๆ ไนท์บาร์ซ่าบ้านเราแต่ของน้อยกว่า และส่วนมากมักเป็นของพื้นเมือง (ส่วนคุณภาพบอกไม่ได้ค่ะ เพราะไม่ได้ซื้อเลยสักชิ้นเดียว แหะๆ ^o^”) แต่ซื้อข้าวจี่อาหารพื้นเมืองของลาวมาชิมค่ะ อันใหญ่มากกินไม่หมด)
น่ากินมั้ยค่ะ
เช้าวันต่อมาเราก็ไปใส่บาตรข้าวเหนียวกันค่ะ พระสงฆ์รวมทั้งสามเณรเดินบิณฑบาตเป็นแถวยาวเลยค่ะ ที่นี่เป็นจุดขายอย่างหนึ่งของเมืองพระบาง เป็นไฮไลต์ที่จะขาดไม่ได้ทีเดียว
ยาวสุดตากันเลยทีเดียว พระสงฆ์รวมทั้งสามเณรร่วมๆ 300 รูปค่ะ
ระหว่างใส่บาตรห้ามผู้หญิงลุกขึ้นยืนค่ะ (ลูกหมูปวดขา --.--*)
จากนั้นก็ไปร่วมพิธีเปิดมูลนิธิจีนหลวงพระบาง “เต็กก่า” จีหลวงเกาะ ค่ะ โดยท่านวิเทศ สิริวัฒนเกตุ นายกสมาคมสหพันธ์การกุศล “เต็กก่า” แห่งประทศไทย เป็นประธานในพิธี นอกจากนี้เต็กก่าเฮียตี๋จากประเทศต่างๆ ก็ยังมาร่วมในงานครั้งนี้เช่นกันค่ะ
มีทั้งพี่น้องชาวเต็กก่าที่เดินทางมาจากสิงคโปร์ มาเลเซีย แล้วก็บรูไน เดินทางมาร่วมในงานครั้งนี้ด้วยนะค่ะ
ต่อจากนั้นมีโปรแกรมไปน้ำตกต่อค่ะ แต่เนื่องจากฝนตก รถเบอร์ 2 จึงสละสิทธิ์ไม่ขึ้นไป เพื่อความปลอดภัยของคณะเดินทางค่ะ จากนั้นไปต่อที่หมู่บ้านชาวม้ง มีงานหัตถกรรมทำมือจากผ้าฝ้ายค่ะ
แล้วต่อด้วยรับประทานอาหารและพักผ่อนตามอัธยาศัย คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่เราจะอยู่กันที่หลวงพระบาง เจ้าหน้าที่เต็กจ้งเลยถือโอกาส (ที่นานๆจะมีสักที) เดินชมเมืองหลวงพระบาง เดินกันตั้งแต่ที่พักผ่านวัด และสถานที่ราชการหลายแห่ง และปิดท้ายที่ตลาดกลางคืนอีกครั้ง วันนี้เดินกันจดมืดกับเฮียใช้ เกาะเจี้ยงจีคุงเกาะ เจ๊หมวย เอี๋ยม อาอี๊จีเฮงเกาะ เฮียฮี้และน้องป๋อง (สว่างแดนดิน) ค่ะ แล้วไปกินก๋วยเตี๋ยวเป็ดที่ว่ากันว่าอร่อยที่สุดที่หลวงพระบาง
ที่นี่ชาวต่างชาติเยอะมากมาย สกุลเงินที่ใช้ มีทั้ง กีบ บาท ดอลล่า อินเตอร์กันเลยทีเดียว --.--"
วันต่อมาล้อหมุนออกจากหลวงพระบางแต่เช้ามืด ไปกินข้าวชาวกันกลางทาง ช่วงเย็นให้การเยี่ยมเยือนมูลนิธิจีนนครหลวงเวียงจันทร์ “เต็กก่า” จีเตียงเกาะค่ะ จากนั้นเดินทางกลับสู่ประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ
ภาพยามเช้ามืดค่ะ เพิ่งออกจากเมืองหลวงพระบางไม่นาน สวยจริงๆค่ะ (แต่ลูกหมูเริ่มง่วงเมายาแก้เมารถ)
สว่างแล้วก็งามไปอีกแบบ (ลูกหมูเมายาอย่างเต็มสตีมแล้วค่ะ อ๋อย!!! --*--)
ทางคณะเต็กจ้งต้องขออภัยอย่างยิ่งสำหรับปัญหาติดขัดในหลายๆเรื่องด้วยนะค่ะ
และขอขอบคุณผู้ร่วมเดินทางทุกท่าน หวังว่าจะได้เดินทางร่วมกันในโอกาสต่อๆไป
ขอบคุณเจ๊หมวยที่ให้หมูยืมกล้องแล้วก็เป็นดาราหน้ากล้องให้อีกด้วยขอบคุณค่ะ
ขอบคุณน้องป๋อง (สว่างแดนดิน) ทีส่งรูปสวยๆมาให้ด้วยนะค่ะ
edit @ 19 Oct 2007 20:37:37 by เต็กก่าจงหวยประเทศไทย












